จบ ป.ตรี อายุ 18 จากระบบ Pre-degree เป็นผู้พิพากษาอายุยังน้อย ขึ้นบัลลังก์ผดุงความยุติธรรม

จบ ป.ตรี อายุ 18 จากระบบ Pre-degree

เป็นผู้พิพากษาอายุยังน้อย ขึ้นบัลลังก์ผดุงความยุติธรรม

 

          นางสาวสิรพิชญ์  สินมา หรือ พิ้งค์ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันอายุ 32 ปี จบปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง อายุ 18 ปี จากการเรียนระบบ Pre-degree คณะนิติศาสตร์ จบเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ 60 เมื่ออายุ 19 ปี จบปริญญาโท 2 ใบ จากสาขากฎหมายเปรียบเทียบระหว่างประเทศ University of San Diego และจาก California Western School of Law ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่ออายุ 22 ปี

          สิรพิชญ์ เล่าว่า ตนมีความใฝ่ฝันอยากเป็นผู้พิพากษามาตั้งแต่เด็ก โดยได้รับแรงบันดาลใจจากคุณพ่อที่เป็นข้าราชการอัยการ และแนะนำให้เริ่มเรียนปริญญาตรีล่วงหน้าในระบบพรีดีกรี จึงตั้งใจสะสมหน่วยกิตมากตลอดที่เรียน ม.ปลาย แม้ว่าหลังจบ ม.6 สามารถสอบเข้าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งต้องเริ่มต้นเรียนใหม่ตั้งแต่ปี 1 เป็นวิชาที่สอบผ่านมาแล้วตั้งแต่เรียนพรีดีกรี มองว่าเป็นการเสียเวลา ถ้าจะเริ่มต้นเรียนใหม่ตั้งแต่แรก จึงตัดสินใจเรียนธรรมศาสตร์แค่ปีเดียว แล้วไปเรียนต่อเนติบัณฑิตยสภาทันที

          สิรพิชญ์ เล่าอีกว่า พิ้งค์เรียนจบเนติบัณฑิตยสภาตั้งแต่อายุ 19 ปี มีเวลาเหลือกว่าจะถึงเกณฑ์สอบผู้พิพากษา จึงตัดสินใจเรียนต่อระดับปริญญาโทที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้รับทุนการศึกษาจาก 3 มหาวิทยาลัย

“พิ้งค์เลือกเรียนต่อปริญญาโทที่ University of San Diego และ California Western School of Law  ก่อนจะกลับมาเป็นอาจารย์คณะนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง และสามารถสอบผ่านสนามสอบอัยการผู้ช่วย และสนามสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาได้พร้อมกันทั้งสองสนาม โดยพิ้งค์เลือกผู้ช่วยผู้พิพากษาตามความฝัน หลังสอบผ่านข้อเขียนแล้ว ก็สอบปากเปล่า จากนั้นเข้าอบรมที่สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม 1 ปี และสอบเพื่อบรรจุเป็นผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ขณะที่อายุ 27 ปี

การเป็นผู้พิพากษาตามฝันในแต่ละวันเป็นการทำงานที่มีความสุขมาก หน้าที่ผู้พิพากษาไม่เพียงตัดสินคดีความอย่างเดียว แต่เป็นตัวกลางให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้าเจรจากันได้ นำความรู้มาใช้อย่างเต็มที่ ใช้กฎหมายช่วยเหลือประชาชน ใช้ความเมตตา ความเห็นอกเห็นใจคู่ความ ดูแลช่วยแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด ตัดสินคดีความตั้งอยู่บนความยุติธรรม”

          ผู้พิพากษาสิรพิชญ์ กล่าวด้วยว่า การก้าวมาเรียนที่รามคำแหงไม่ยาก และสามารถจบออกไปอย่างมีคุณภาพ ขอแนะนำน้องๆ เพิ่มทางเลือกให้ชีวิต เพราะการศึกษาจะเปลี่ยนแปลงชีวิตคนไปในทางที่ดี มหาวิทยาลัยรามคำแหงเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับทุกคน และมีทางเลือกให้เรียนตามความชอบของแต่ละคน

# 5235
© 2020 Ramkhamhaeng University All Rights Reserved